เทคนิคการสร้างแรงจูงใจในการเรียน
ด้วยพี่ยุ้ยเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล เทคนิคการสอนบางด้านอาจเน้นเฉพาะกลุ่มนักศึกษาวิชาชีพที่ผู้สอนได้พบนักศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามหัวใจการสอนที่สำคัญ คือ การเป็นผู้ให้ และหวังว่าผู้อ่านจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตามบริบทที่เหมาะสมต่อไป สาระสำคัญเทคนิคการสร้างแรงจูงใจของพี่ยุ้ยมี 6 ประการ ดังนี้
เรียนอย่างมีความสุข
พี่ยุ้ยมีแนวคิดในการสอนว่าธรรมชาติของภาษาต้องมีกิจกรรม ที่จะต้องฝึกเพื่อให้เค้ามีความคุ้นเคยกับภาษาที่เค้าเรียน ได้ฝึกการสื่อสารทั้งภาษาพูดและภาษากาย ในคาบเรียนเราไม่หวังถึง 100 ขอแค่รู้ว่าต้องสื่อสารอย่างไร และกล้าที่จะพูดออกมา และยึดหลักว่าการสอนของเราอยู่ระดับกลาง อดีตเค้าเป็นมาอย่างไรไม่สนใจ แต่การสอนของเราต้องปูพื้นฐานให้เด็กมีภูมิในตนเองที่สามารถไปต่อยอดได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันเก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ด้วยผ่านการทำกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งเป็นสิ่งที่สถานประกอบการให้ความสำคัญเพราะมองว่าเด็กกิจกรรมทำงานเป็น
เข้าใจธรรมชาติเด็ก
พี่ยุ้ยสอนให้เด็กรู้จักว่าในแต่ละช่วงวัยว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ เพราะโดยส่วนใหญ่เมื่อถึงเวลาเด็กเค้าจะเรียนรู้เองว่าสิ่งใดดีหรือมีประโยชน์ ทำได้หรือไม่ควรทำ เพราะวัยของเด็กเป็น “วัยฮอร์โมน” การว่ากล่าวตักเตือนเป็นสิ่งที่ผู้สอนต้องทำ เพื่อให้เด็กรู้จักการวางตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การพูด การแต่งกาย แต่บางครั้งเมื่อแนะนำไปแล้ว เค้าไม่ทำตามก็ปล่อยให้เค้าได้ไปเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยยึดหลักว่า “ไม่เอาถูกหรือผิดมาก เพราะเป็นวัยของเค้าถึงเวลาก็รู้เอง” บางครั้งที่ผู้สอนทุ่มเทมาก แต่ไม่เป็นดังที่ตั้งใจให้ยึดหลักว่า “เราเปลี่ยนฟ้าไม่ได้”
มีเมตตา
พี่ยุ้ยมองนักศึกษาว่าเป็นลูกที่จะต้องคอยบอกคอยสอน เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ถ้านักศึกษามาแค่เช็คชื่อ และไม่ตั้งใจเรียน พี่ยุ้ยก็จะอบรมให้เด็กสำนึกต่อหน้าที่ รู้ระเบียบวินัยและหน้าที่ที่ตนเองต้องรับผิดชอบ
ภูมิใจตนเอง
พี่ยุ้ยจะสอนให้เด็กรู้สึกภูมิใจว่าตนเองก็สามารถมาเรียนได้ถึงระดับนี้ ถ้าไม่เก่งจริงคงไม่สามารถที่มาถึงจุดนี้ได้ อดีตเป็นอะไรไม่สำคัญ แต่ปัจจุบันเราต้องทำให้ได้ ซึ่งถ้าคุณเอาก็เหนื่อยหน่อย แต่ถ้าไม่เอาก็สบาย ในบั้นปลายก็จะลำบาก เพราะถ้าเรามาถึงตรงนี้แล้วถ้าขยันและพยายามก็จะทำได้ ถ้าคุณไม่เอาไม่ทำ คุณก็จะทำไม่ได้
เก่งไม่กลัว แต่กลัวกล้า
พี่ยุ้ยจะสอนนักศึกษา ฝันให้ไกลและไปให้ถึง เสริมสร้างความทะเยอทะยานให้กับเด็ก เพราะการมีตั้งความหวัง ทำให้มีเป้าหมายชีวิต ด้วยการหาตัวเองให้เจอ บอกตัวเองให้ได้ ใช้ตัวเองให้เป็น เพื่อค้นพบตนเอง โดยเน้นย้ำเพื่อให้นักศึกษามั่นใจในความสามารถของตนเอง โดยให้แนวคิดว่า “เด็กภาษาต้องอยู่ได้บนโลกใบนี้”
การเรียนด้านภาษาต้องอาศัยความกล้า เช่น ไกด์ผี ที่ไม่เก่งแต่เค้ากล้า เช่น พูดไม่กี่คำ บวกกับการสื่อสารด้วยภาษากาย ก็สามารถสื่อสารได้ และถ้าเป็นนักศึกษาเองมาได้ขนาดนี้ รูปแบบประโยคถูกผิดบ้างก็สามารถสื่อสารได้แน่ แต่สำคัญต้องกล้าพูดก่อน “เรียนภาษาไม่กล้าพูด ก็ต้องไปอยู่ในลิ้นชัก”
การทำงานเป็นทีม
พี่ยุ้ยมักจะบอกกับเด็กๆ ว่าต่อให้เก่งแค่ไหน ก็อยู่คนเดียวไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นถ้าคุณเก่งอะไรก็มาแชร์กับเพื่อน เพราะการมาแชร์กับเพื่อนทำให้ได้เรียนรู้การเข้าใจผู้อื่น การอยู่ร่วมกับผู้อื่น เอาใจเขามาใส่ใจเรา ความจริงใจ และต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง เช่น การสอนก็จะให้เด็กทำงานเป็นทีม ทั้งเด็กเก่งกับเด็กอ่อนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น role play เพราะบางคนอาจรับผิดชอบเก่ง บางคนเก่งภาษา อีกคนเก่งความคิดสร้างสรรค์ พอมาช่วยกันทำงานก็จะช่วยเสริมกันให้งานออกมาดี และสุดท้ายทุกคนก็จะทำได้ นอกจากนี้ยังเสริมการคิดบวกให้แก่เด็ก เช่นกรณีที่เพื่อนเก่งเลือกมาคู่กับเพื่อนอ่อนกว่า และเพื่อนอ่อนทำได้ไม่ดี ทำให้ได้คะแนนน้อย พี่ยุ้ยจะบอกเด็กว่า ถือว่าเพื่อนเค้าช่วยคุณนะ ฉะนั้นคุณต้องพัฒนาตัวเองให้
ดีขึ้น เป็นการเสริมแรงให้เด็กตั้งใจพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรุณี เกียรติกังวาฬไกล
อาจารย์ประจ าสาขาวิชาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล
ภาควิชาภาษาต่างประเทศและอุตสาหกรรมการบริการ
คณะศิลปศาสตร์
